Spirometry หมายถึง การตรวจสมรรถภาพปอดโดยวัดปริมาตรของอากาศที่หายใจเข้าและออกจากปอด ซึ่งเครื่องมือที่ใช้วัดเรียกว่า Spirometer และกราฟที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและเวลาเรียกว่า Spirogram
ซึ่งการตรวจวัดที่ได้จากการทำ Spirometry ประกอบด้วย
- SVC (Slow Vital Capacity) ปริมาตรลมหายใจออกอย่างช้าๆ มีหน่วยเป็นลิตร ที่ BTPS
- FVC (Forced Vital Capacity) ปริมาตรลมหายใจออกอย่างแรงจนสุด มีหน่วยเป็นลิตร ที่ BTPS
- FEV₁ (Forced Expiratory Volume in 1 second) ปริมาตรลมหายใจออกในวินาทีแรก มีหน่วยเป็นลิตร ที่ BTPS ซึ่งเป็นการวัดที่นิยมที่สุดในการตรวจสุขภาพปอด
- FEV₁/FVC ratio คำนวณได้จากการนำ ค่า FEV1 หารด้วย FVC และคูณด้วย 100 หน่วยเป็นเปอร์เซนต์ เรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า Percent FEV1 (%FEV1) เป็นข้อมูลดีที่สุดที่แสดงถึงการอุดกั้น ของหลอดลม
** ค่าต่างๆ ที่ได้จากการทดสอบ Spirometry ต้องรายงานที่อุณหภูมิกาย และแรงดันบรรยากาศ ซึ่งอิ่มตัวด้วยไอนํ้า หรือที่ BTPS หากไม่ได้รายงานที่ BTPS ค่าที่ได้จะตํ่ากว่าความเป็นจริง
ชนิดของ Spirometer
Spirometer แบ่งตามลักษณะของการทำ งานได้ 2 แบบ คือ
1. Volume – Displacement Spirometers ใช้หลักการแทนที่ของสสารแล้ววัดปริมาตรที่เปลี่ยนแปลงไปโดยอาศัย
- การเคลื่อนที่ของถัง (Bell) : Water – Sealed Spirometer
- กระบอกสูบ (Piston) : Dry Rolling Seal Spirometer
- เครื่องเป่าไฟหรือเครื่องเสียง (Bellow) : Bellow Spirometer
โดยทั่วไป spirometer ในกลุ่มนี้จะใช้งานง่าย มีความแม่นยำสูง ดูแลรักษาง่าย และสามารถบันทึกผลการตรวจที่ได้ลงในแผ่นบันทึกถาวรซึ่งสามารถตรวจสอบดูความถูกต้องในภายหลังได้
ข้อเสียของ spirometer กลุ่มนี้ คือ ขนาดซึ่งใหญ่ทำให้เคลื่อนย้ายลำบาก ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ (Disinfect) ได้ยาก และความเร็วของการบันทึกจะไม่ไวพอที่จะทดสอบ PEF ได้
2. Flow Sensing Spirometer
ด้วยความก้าวหน้าทาง Electronic และ Microprocessor ทำให้มีการพัฒนา Spirometer ให้มีขนาดเล็ก และเคลื่อนย้ายสะดวก Flow Sensing Spirometer นี้จะอาศัย Sensor ที่บันทึกอัตราการไหล (Flow) และจะคำนวณเปลี่ยนแปลงสัญญาณนั้น ให้เป็นปริมาตรอย่างรวดเร็ว Flow Sensor ที่ใช้บ่อย ได้แก่ Sensor ที่วัดอัตราการไหล
- อาศัยความแตกต่างของความดันที่ลดลงเมื่อผ่านวัสดุที่มีแรงต้าน เช่น Fleisch Pneumotach หรือ Orifice
- การเย็นลงของลวดที่ร้อน เช่น Hot Wire Pneumotach
- นับรอบการหมุนของกังหัน และคำนวณหาความเร็วของลม เช่น Turbine Pneumotach ในปัจจุบัน spirometer ชนิดนี้ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากเครื่องจะคำนวณค่าต่างๆ ที่ต้องการโดยอัตโนมัติ
การพิจารณาเลือก Spirometer
Spirometer ที่เลือกซื้อควรมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
- ควรเข้าเกณฑ์มาตรฐานของสถาบัน หรือ องค์กรซึ่งเป็นที่ยอมรับ เช่น American Thoracic Society (ATS) , European Respiratory Society (ERS) ฯลฯ
- ใช้งานง่าย
- ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพดี
- Calibrate ง่าย
- ทนทาน
- มีกราฟ และค่าบันทึกผลการทดสอบที่สามารถเก็บไว้ถาวรได้
- ใช้ Sensor ที่ Disposable หรือ ทำความสะอาดฆ่าเชื้อง่าย
การดูแลรักษาเครื่อง Spirometer
การดูแลเครื่องตรวจสมรรถภาพการทำงานของปอด ประกอบด้วย การดูแลเกี่ยวกับมาตรฐานการทำงานของเครื่อง การทำความสะอาดเครื่อง และการควบคุมคุณภาพการทำงานของเครื่อง เพื่อให้ได้ผลการตรวจที่มีความถูกต้องแม่นยำ และได้มาตรฐาน
1.การดูแลทำความสะอาด
เครื่องตรวจวัดสมรรถภาพการทำงานของปอด ควรดูแลรักษาความสะอาดอยู่ตลอดเวลา โดยวิธีการทำควาสะอาด Spirometer แต่ละเครื่องจะมีความแตกต่างกันบ้างตามชนิดของเครื่อง ทั้งนี้สามารถศึกษารายละเอียดได้จากหนังสือคู่มือการใช้งานของเครื่องนั้นๆ ซึ่งจะกล่าวไว้อย่างละเอียดถึงการดูแลรักษา และการทำความสะอาดเครื่อง
2.Calibration
เพื่อให้ได้ค่าต่างๆ ที่ถูกต้อง แม่นยำ และได้มาตรฐาน จะต้องมีการ Calibrate เครื่องเป็นประจำ การ Calibrate เป็นการปรับค่าต่าง ๆ เพื่อความแม่นยำ และถูกต้องของเครื่อง โดยเทียบกับค่ามาตรฐาน การ Calibrate เครื่องมีความสำคัญมาก จะต้อง calibrate ค่าปริมาตร เป็นประจำ
โดยสายงานบริการ 3 สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) หรือ ส.ส.ท ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับการรับรองความสามารถตามมาตรฐานห้องปฏิบัติการ ISO/IEC 17025 ประสบการณ์การสอบเทียบที่มากกว่า 50 ปี “ มีให้บริการสอบเทียบเครื่องมือ Spirometer ในค่า PVC : 0.5 Liter , 3 Liter , 3 Liter เป็นการให้บริการสอบเทียบเครื่องมือนอกขอบข่ายการรับรอง ISO/IEC 17025 ”
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ จองคิวสอบเทียบ ได้ที่
Line Official: @TPACAL
โทรศัพท์ : 02-717-3000 ต่อ 82
Email: [email protected]
www.tpacal.or.th